อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 



ช่วงเวลา 4 ปีของการเป็นนักศึกษา สำหรับตัวเองแล้วรู้สึกว่าทำไมมันถึงเร็วจังยังอยากอยู่กับเพื่อนๆ ยังสนุกเหมือนที่เคยเป็นทุกวันในแต่ละวันจะต้องมีเรื่องมาเมาส์ ต่างๆนานา

ส่วนใหญ่จะคุยเสียงดังมาก ชาวบ้านนึกว่าทะเลาะกัน อำคนโน้นคนนี้สนุกกันไปเรื่อย ที่สำคัญเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ของชาววารสาร เดินไปโรงอาหารนึกว่าฝูง…อะไรซักอย่าง

( คิดเอาเองนะ •_• ) เป็นกิจวัตรประจำวัน เวลาโดนอาจารย์ด่าก็น้อมรับกันไปทั้งห้อง ไปไหนไปกันไม่มีบ่นสักคำ มีแต่เสียงหัวเราะทำทุกอย่างที่เราอยากทำแต่ก็อยู่ในกฎของสถาบัน

(อาจจะมีนอกคอกบ้างเล็กน้อย ถึง ปานกลาง)
4 ปีของการเรียนรู้ และ รู้จักเพื่อนชาววารสารในหลายๆแบบ เขาบอกกันว่า

คนเราพอรู้จักกันมากขึ้นนิสัย สันดาน ก็จะเผยออกมาให้เห็น ต้องขอขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษา

ของพวกเรา เหล่าวารสารศาสตร์ ที่พาเราไปเข้าค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ

ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ (ปิล็อก) จ.กาญจนบุรี ไกลมากแต่คุ้มค่าเมื่อไปถึง การเดินสำรวจป่า ขึ้นเขาระยะทางหลายกิโล อุปสรรค์ต่างๆที่มีตลอดการเดินทาง ทั้งเจ้าทากดูดเลือด ¹_¹!! และเส้นทางที่แสนจะลาดชัน ทำให้หลายๆคนท้อไม่อยากที่จะเดินต่อ แต่เราก็ช่วยกันจนถึงจุดหมาย คิดว่าลึกๆที่อาจารย์จัดทริปนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีในห้อง

(เพราะตอนนั้นในห้องฮิตกินเกาเหลากันเยอะมาก) อีกอย่างวารสารก็มีแค่ห้องเดียว มิหนำซ้ำพวกเรายังเป็นรุ่นสุดท้ายอีกด้วย (ไม่มีทายาทสืบต่อไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม)
จากคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันตั้งแต่แรกเห็นกลับจับมือพยุงกันขึ้นไป คนไหนโดนทากกัดก็ช่วยกันล้างแผลและเป็นบ่อเกิดของมิตรภาพใหม่ภายในห้อง การออกมาพูดระบายความรู้สึกของแต่ละคนให้เพื่อนฟังหลังจากภารกิจการเดินป่าเสร็จสิ้น น้ำตาของทุกคนก็ไหลออกมา การที่คนเราพบเจอปัญหาอุปสรรค์มาด้วยกันทำให้รู้ว่าเราอย่ามองกันเฉพาะเปลือกนอก

เนื้อในสิที่สำคัญ อ้อ!คนเห็นแก่ตัวก็มีนะแต่ไม่อยากพูดถึง จำภาพดีๆไว้ดีกว่า
หลังจากวันนั้นความรัก ความเป็นเพื่อน ความห่วงใยก็ยิ่งทวีขึ้น บางครั้งทำงานกันจนดึกดื่น นอนที่มหาลัยกันก็บ่อย เป็นเหมือนบ้านหลังที่2 ไปแล้วในช่วงนั้น และเทอมนี้ก็เป็นเทอมสุดท้ายที่เราต้องแยกย้ายกันออกมาฝึกงานเพื่อที่จะจบปริญญา ช่วงแรกๆของการฝึกงานอยากจะร้องไห้มากๆ ต้องมาอยู่กรุงเทพฯ เมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย

เห็นแก่ตัว ร้อยพ่อพันแม่ไว้ใจใครไม่ได้เลย คิดถึงแม่ และ เพื่อนๆที่เคยอยู่ด้วยกัน อยากกลับไปเรียนไม่อยากฝึกงาน แต่สุดท้ายก็ได้แค่คิดต้องคอยปลอบตัวเองว่าแค่ 4 เดือนเอง
แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ยังโทรคุยกันอยู่เสมอ นัดเจอกันกินข้าวกันบ้าง

แต่มันก็แค่ช่วงแป๊บเดียวเท่านั้น ถ้ามองกลับไปอีกด้านการฝึกงานมันคือบทเรียนที่เราปฏิบัติจริง เรียนรู้การทำงานจริงๆที่ไม่ใช่อาจารย์สอน การเข้ากับผู้อื่นในที่ทำงาน การวางตัวและรู้จักแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆเฉพาะหน้าได้ พบผู้คนในหลายๆแบบให้เราเรียนรู้กันไป นี่แหละรสชาติของชีวิต

    แม้สุดท้ายพวกเราทุกคนก็ต้องจากและแยกย้ายไปทำสิ่งที่ตัวเองรักหรืออะไรก็ตาม
ภาพความทรงจำทุกภาพที่เราถ่ายร่วมกันนั้นจะเก็บไว้ บางครั้งอาจจะลางเลือนหรือหายไป
แต่ภาพที่อยู่ในหัวใจไม่เคยจาง

Best friends for ever


Comment

Comment:

Tweet

เวลาอาจหมุนย้อนกลับไปไม่ได้
แต่คนดีทีคนเราเลือกที่จะจดจำบางอย่างได้ เลือกที่จะลืมได้
จำแต่สิ่งดีดี อดีตก็มีแต่สิ่งดีดีครับconfused smile

#2 By N.P on 2008-01-21 17:18

การได้ร่วมทุกข์กัน

จะทำให้เรา จดจำกันและกันได้ดีกับความงามในมิตรภาพที่ก่อเกิด

การร่วมสุขกัน

จงระวังการแตกแยก

การร่วมทุกข์และร่วมสุข

จึงควรตระหนักและไตร่ตรอง

เราก็จะสามารถมองเห็นเพื่อนรัก เพื่อนยาก เพื่อนตาย ได้โดยง่ายดาย

มิต้องเรียนคอร์สพิเศษในการหาเพื่อนแต่อย่างใด

น้องฝนเอ๋ย

Hot! Hot! big smile confused smile

#1 By I am never die on 2008-01-21 16:50