เรื่องเล่าที่นำมาฝาก จากความรู้สึก 1
posted on 10 Jul 2008 15:25 by fonfriday
สวัสดีพี่ๆและเพื่อนๆชาว exteen ทุกคนที่อาจหายหน้าหายตาไปนานมาก(เกินไป ^_^!!)
จะบอกว่าช่วงนี้ชีวิตมันยุ่งๆอยู่ ทั้งเรื่องจบที่แสนจะยืดเยื้อจนเกินไปเพราะเกิดจากการ
ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่เอาเราเกือบเรียนไม่จบกันทั้งห้อง แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี
มาเข้าเรื่องที่อยากจะเล่าสู่กันฟังดีกว่า พอดีว่าตัวเองก็เพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัท PR
แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯเมื่อไม่นานนี้เอง แต่ยังอยู่ในช่วงทดลองงานก่อนว่าเขาจะโอเค
กับเราหรือเปล่า แล้วเราจะโอเคกับเขาไหม (เหมือนเป็นคนฉลาดเลือกงานได้ด้วย^^)
ซึ่งวันแรกที่เข้ามาทำงานขอบอกว่าตัวเองยังตกใจเลยว่า นี่มันที่ที่ศูนย์รวมคนหน้าตาดีไว้ที่นี่กันหรือไง
พอลองหันมามองตัวเอง อืมฮืม!! (เหมือนกอง_ ในฝูงแมลงวัน -_-!!) แถมยังน่ารักกันทุกคนอีกด้วย
(เป็นห่วงกอง_จะเหงาเกินไป) อีกอย่างงานมันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป เพียงแค่โทรติดต่อประสานงาน
ตามหน่วยงานต่างๆ เพราะเราได้ผ่านการฝึกงานมาแล้วและที่ได้เรียนรู้มา งานก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก
ทำให้เราไม่รู้สึกเกร็งกับมัน ตอนฝึกงานเราทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชน ประจำอยู่กองบรรณาธิการ
นิตยสารฉบับหนึ่ง แต่พอเรามาทำงานจริงๆกลับมาได้ในด้าน PR เป็นสายงานที่คิดว่ามันไม่ใช่ของเรา
ให้คนหน้าตาดีเขาทำดีกว่า อย่างเราต้องเป็นผ้าใบติดเท้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถ
ที่จะเลือกงานตามที่เราหวังเอาไว้นั้นมันก็แสนจะลำบากไปซักหน่อย น้อยคนนักที่จบมาแล้วจะได้ทำงาน
ในสายงานที่ตัวเองจบมา คนว่างงานก็ออกจะเกลื่อนเมือง ยิ่งคนจบปริญญาตรีเดี๋ยวนี้ยิ่งแล้วใหญ่
ในปีๆหนึ่งคนจบใช่ว่าจะมีแค่ 2 หรือ 3 มหาลัย แต่มันเป็นพันๆทั่วประเทศไทย ทำให้ตัวผู้ประกอบการมีตัวเลือก
มากขึ้นในการที่จะรับใครสักคนเข้ามาทำงาน เขาก็ต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดและต้องคุ้มกับเงินที่เขาจ้างไปด้วย
พวกตัวเลือกสุดท้ายก็นอนตีพุงรอไปก่อนแล้วกัน (ตัวเองใกล้จะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน^_^!!!) ก็อีกนั้นแหละ
ถ้ามัวมานอนตีพุงก็อดตายอีก จะไปเกาะพ่อเกาะแม่เหมือนแต่มันก็ละอายแก่ใจ จบปริญญาตรีแต่ยังขอเงิน
พ่อแม่ใช้(เป็นหนึ่งในจำนวนนี้ด้วย เพราะเรื่องที่เล่ามันก็มาจากประสบการณ์ของตัวเองซะเกือบมาก อิอิ!!!)
ใบปริญญาเป็นเพียงแค่กระดาษที่เชิดชูเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ที่พ่อกับแม่ได้ลำบากลำบนให้กับลูกๆเพียงแค่
ในนี้ใบเดียวจริงๆอย่างน้อยก็เป็นใบที่บ่งบอกว่า ท่านสามารถเลี้ยงลูกคนๆหนึ่งให้สำเร็จได้ตัวของท่านเอง
และทดแทนในสิ่งที่ท่านไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนสูงๆ แต่อย่างน้อยลูกของท่านสานต่อความฝันนี้ให้ได้
ได้ส่งเรามาถึงปลายทางของท่านแล้ว หลังจากนี้จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของตัวเราเอง^_^!!
โดยมือที่เคยจูงเรามาตั้งแต่เด็กๆบัดนี้ได้ปล่อยให้เราได้ก้าวเดินด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งเราไปเลย มือนี้ก็ยังพร้อมเสมอที่คอยช่วยพยุงเวลาที่เราล้มลง